หมวดหมู่: บทความจากแพทย์

มิถุนายน 19, 2018

หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคเรื้อรังต่างๆที่ทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือต้องกินยาหลายขนานไปตลอดชีวิต สาเหตุสำคัญน่าจะเกิดจากการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายไม่สอดคล้องกัน หรือเกิดความบกพร่องทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆในร่างกายทีละเล็กละน้อย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมชาติ หรือฝืนธรรมชาติ ซึ่งมีการบันทึกไว้ในสมัยโบราณเมื่อหลายพันปีมาแล้ว พฤติกรรมก่อโรคมี8ประการ (8อ)คือ

มิถุนายน 19, 2018

ลำไส้รั่วในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงลำไส้ทะลุ เช่นในกรณีที่เป็นแผลในลำไส้ และแผลนั้นเป็นมากจนทำให้ลำไส้ทะลุ ซึ่งในกรณีนี้ผลก็คืออาหารที่รับประทานเข้าไป จะรั่วออกมาในช่องท้องได้ แต่ลำไส้รั่วในที่นี้ หมายถึงการรั่วซึมของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้เล็ก เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตอย่างผิดธรรมชาติ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ภาวะลำไส้รั่ว ( Leaky gut หรือ Increase Intestinal Permeability)

มิถุนายน 19, 2018

โรคหรือความเจ็บป่วยในสมัยนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน โรคที่ดูเหมือนรักษาง่ายๆก็อาจไม่หายขาด เรื้อรังซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากการได้รับยาไม่ว่าจะแพทย์จ่ายให้หรือหาซื้อยากินเอง จนอาจเกิดการดื้อยา ซึ่งพบได้บ่อยในโรงพยาบาลต่างๆ หรือเกิดผลข้างเคียงของยา จนมียาหลายๆตัวถูกเพิกถอนออกไปเนื่องจากมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

มิถุนายน 19, 2018

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนๆมาก การรีบเร่งไปทำงานในช่วงเช้าประกอบกับการจราจรบนท้องถนน อาจทำให้ใครหลายๆคนต้องไปทำงานในขณะที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเรา หรือบางคนก็นอนตื่นสายเลยควบมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงเป็นมื้อเดียวกัน เกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีอาหารยาวนานตั้งแต่ตอนเข้านอนจนถึงตอนเช้า!

มิถุนายน 19, 2018

เราต้องเข้าใจว่า ย้อนเวลากลับไปเป็นพันปี มนุษย์เราอยู่กับธรรมชาติ ไม่ว่าอาหารการกิน ความเป็นอยู่ล้วนแล้วแต่อาศัยธรรมชาติเกือบทั้งสิ้น เช่นการหุงหาอาหาร ถ้าอยากกินเนื้อก็ต้องล่าสัตว์ เดินเข้าป่าออกแรงเพื่อหาสัตว์มาเป็นอาหาร ก็ต้องอาศัยพละกำลังที่มีอยู่เพื่อความอยู่รอด แต่ปัจจุบันหิวก็ขับรถไปซื้ออาหาร แทบไม่ได้ออกแรงอะไรเลย อาหารที่กินเข้าไปก็ล้วนแต่เกิดจากการแปรรูปเป็นส่วนใหญ่ยกตัวอย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ก็ต้องนำข้าวมาแปรรูปเป็นแป้งแล้วจึงนำมาทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ในทางศาสตร์ของจีนถือว่าอาหารแปรรูปให้พลังน้อยกว่าอาหารดั้งเดิม เช่นเมล็ดข้าว สามารถนำไปเพาะเป็นต้นงอกได้ ถือว่าให้พลังมากกว่าแป้งที่บดจากเมล็ดข้าวแล้ว พลังในที่นี้หมายถึงพลังชี่ เพราะแป้งไม่สามารถนำไปเพาะปลูกได้ หรือน่าจะเรียกว่า”พลังชีวิต” นั่นเอง การออกแรงน้อย หรือการกินอาหารแปรรูปเป็นประจำก็ก่อให้เกิดโรคต่างๆขึ้นได้ ควรหันมากินอาหารที่ได้จากธรรมชาติโดยไม่ผ่านการแปรรูป น่าจะเป็นประโยชน์กับสุขภาพมากกว่า

มิถุนายน 19, 2018

ร่างกายของเราถูกสร้างมาด้วยธาตุและสารต่างๆตามกระบวนการของธรรมชาติ ดังนั้นการดำเนินชีวิตของเรานั้นก็ต้องสอดคล้องกับธรรมชาติบนโลก สัมพันธ์กับการโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์ จึงเกิดกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าคนเราจะอยู่ที่ไหน ระบบต่างๆในร่างกายก็จะทำงานคล้ายกับเครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมไว้เป็นขั้นเป็นตอนว่าอวัยวะส่วนไหนทำงานก่อนส่วนไหนทำงานทีหลัง หรือที่เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต”นั่นเอง

มิถุนายน 19, 2018

10 เทคนิคในการลดความอ้วน เช่น ไฟเบอร์ช่วยได้, ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร สัก2-3 แก้ว, อย่ากินหลายมื้อ เป็นต้น

มิถุนายน 19, 2018

การหายใจที่ถูกต้อง สามารถทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น โรคต่างๆทุเลาลง เพราะออกซิเจนที่ได้จากอากาศเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากต่อชีวิตเรา การหายใจแบบผิดๆ หรือ การหายใจที่เรียกว่า “หายใจไม่เต็มปอด” ทำให้มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งค้าง ซึ่งมีผลให้ร่างกายเกิดภาวะกรด ซึ่งทำให้เซลล์ต่างๆทำงานได้ไม่ดี เซลล์ที่ว่านี้ คือเซลล์ทั้งหมดทั่วร่างกาย ดังนั้น เมื่อความเป็นกรดเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำและยาวนาน จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์เหล่านั้นตัองปรับตัวมากขึ้น หากปรับตัวได้ก็อาจจะไม่แสดงอาการอะไร แต่หากปรับตัวไม่ได้ก็อาจจะแสดงอาการออกมา ยกตัวอย่างเช่น อาการปวดศีรษะ บ่อยครั้งที่เกิดอาการปวดศีรษะแต่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ เนื่องจากในตอนนั้น อาจเกิดภาวะที่เซลล์ในสมองขาดเลือดหรือออกซิเจน ทำให้เซลล์สมองเกิดความผิดปกติ จึงเกิดอาการปวดขึ้นมา และหากได้รับการพักผ่อนที่เหมาะสม อาการเหล่านั้นก็จะหายไป เมื่อไปตรวจร่างกายหรือตรวจความผิดปกติทางสมอง ก็อาจจะไม่พบอะไรเพราะยังไม่เกิดความเสียหายแบบรุนแรงกับเซลล์สมองเหล่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่เหตุการณ์นี้ยังคงมีอยู่ และเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็อาจจะเกิดความผิดปกติของเซลล์สมองบริเวณนั้นอย่างถาวะ และเมื่อถึงตอนนั้น จึงสามารถตรวจพบความผิดปกติได้จากเครื่องมือต่างๆทางการแพทย์ และอาจพบว่าไม่สามารถเยียวยาให้หายขาดได้ หรือเป็นอันตรายถึงชีวิต รู้อย่างนี้แล้ว เรามาเริ่มฝึกการหายใจแบบถูกวิธี เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น

กุมภาพันธ์ 21, 2018

บ่อยครั้ง เราจะได้ยินหมอพูดว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่วัดความดันเลือดแล้วสูงกว่า 140/90 มม.ปรอท แปลว่า เป็นโรคความดันเลือดสูง คนไข้จะต้องได้รับยาลดความดันไปกิน และต้องกินไปตลอดชีวิต! แต่เราลองคิดดูสิว่า แล้วทพไมจู่ๆ ความดันถึงสูงล่ะ? อะไรที่เป็นสาเหตุกันแน่? แน่นอนเราต้องได้รับการตรวจร่างกาย เจาะเลือด และอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุ แต่มากกว่า80%ของคนไข้ มักหาอะไรไม่เจอ นอกจากความดันที่สูงขึ้นเท่านั้น งั้นเราลองมาดูระบบการทำงานของร่างกายว่า เหตุใด ? ความดันโลหิตจึงสูงขึ้น อาจเป็นไปได้ว่า ความรับเลือดสูงที่เราวัดกัน มี2ค่า ค่าแรกหมายถึงความดัน systolic blood pressure ที่สัมพันธ์กับแรงบีบของหัวใจ กรณีที่หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น ความดันนี้ก็จะสูงขึ้น ส่วนอีกค่าหนึ่งคือ diastolic blood pressure เป็นความดันในช่วงหัวใจคลายตัว ซึ่งสัมพันธ์กับความยืดหยุ่นของหลอดเลือด กรณีที่หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลง หรือมีบางอวัยวะหรือเซลล์บางบริเวณที่ได้รับเลือดไม่เพียงพอ ร่างกายจะมีกลไกต่างๆเพื่อให้แรงดันเลือดกลับมาเป็นปกติ ซึ่งภาวะนี้อาจถูกกระตุ้นตลอดเวลาเพื่อสูบฉีดเลือดไปให้ถึงอวัยวะหรือเซลล์ที่มีปัญหาเหล่านั้น จึงเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น ดังนั้น การลดความดันด้วยการทาน

กุมภาพันธ์ 21, 2018

ตัวอย่างคนไข้หญิง อายุ 55 ปี มีอาการปวดศีรษะทุกวัน ตั้งแต่ปี 2555 ร่วมกับมีประวัติความดันเลือดสูง รักษาด้วยการทานยาลดความดัน ยาลดไขมันด้วยเนื่องจากมีไขมันในเลือดสูง อาการที่มาพบหมอคือปวดศีรษะทุกวัน ตรวจที่รพ.ก็ไม่พบสาเหตุความผิดปกติมดๆที่สมอง ลูกสาวคนไข้จึงแนะนำมารักษาที่คลินิกเพราะอยากให้แม่ลองฝังเข็มดู เพราะทานยามานานแล้วก็ไม่หาย เมื่อมาตรวจที่คลินิก คุณหมอตรวจแล้ว วางแผนการรักษาให้ทำความสะอาดลำไส้ โดยการดีท็อกซ์ลำไส้ ด้วยยาสมุนไพร Probiotics และให้ดื่มตรีผลาเพื่อปรับลดไขมัน นอกจากนี้ยังให้ปรับพฤติกรรมในเรื่องการทานอาหาร โดยให้งดอาหารบางประเภท เช่น นม เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก ขนมปัง น้ำเต้าหู้ และอาหารฤทธิ์เย็น (เนื่องจากคนไข้มีอาหารท้องอืดด้วย) ร่วมกับการฝังเข็ม เพื่อลดอาการปวดและประบสมดุล พร้อมทั้งอธิบายสาเหตุของการเกิดโรคซึ่งน่าจะเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดในสมองติดขัด หลังจากที่คนไข้ก็มาฝังเข็ม2-3 ครั้ง อาการทุเลาลง แต่ยังมีอาการปวดศรีษะอยู่ แต่ระดับความปวดลดลงและสั่นลง มีบางวันที่ไม่ปวดเลยคนไข้เลิกทานยาลดไขมันและยาลดความดันตั้งแต่วันที่มาตรวจรักษาที่คลินิค ความดันโลหิตลดลง10-20 มม.ปรอท หลังจากฝังเข็มไป4-5ครั้ง จนกระทั่งถึงครั้งที่7คนไข้ไม่มีอาการปวดศีรษะอีกเลย ส่วนความดัน ก็ต่ำลงเป็นปกติ แต่หมอยังคงให้งดทานอาหารดังกล่าวข้างต้น ฝึกการหายใจให